ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์ยุโรปทีมล่าสุด โชว์ฟอร์มสุดโหดอีกครั้ง หลังไล่ถล่ม เรอัล มาดริด แบบไม่ไว้หน้า 4-0 ในรอบรองชนะเลิศของศึกฟุตบอลสโมสรโลก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา เกมนี้กลายเป็นหนึ่งในแมตช์ที่โลกต้องจารึก เมื่อยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศสเล่นงานราชันชุดขาวตั้งแต่นาทีแรก
ฟาเบียน รุยซ์ ยิงเบิ้ลสองลูกสุดคมใน 24 นาทีแรก ขณะที่ อุสมาน เดมเบเล่ ไม่ยอมน้อยหน้า ซัดประตูที่ 35 ของเขาในฤดูกาลนี้ และยังมี กอนซาโล่ รามอส ที่ปิดท้ายสกอร์ในช่วงท้ายเกมอย่างเหนือชั้น
แน่นอนว่า เรอัล มาดริด ไม่ใช่ทีมที่จะพ่ายแพ้ง่าย ๆ โดยเฉพาะในเวทีระดับนี้ แต่ในค่ำคืนนี้ ทุกอย่างเป็นของทีมจากเมืองหลวงฝรั่งเศส เกมรุกของเปแอสเชภายใต้การนำของกุนซือ หลุยส์ เอ็นริเก้ เดินเครื่องเต็มสูบ กดดันไม่หยุด และไม่ปล่อยให้แนวรับของมาดริดได้หายใจหายคอ
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ความผิดพลาดซ้ำซากของแนวรับชุดขาว ทั้ง ราอูล อเซนซิโอ และ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ต่างมีส่วนกับสองประตูแรกที่เสียไป ขณะที่ความเฉียบคมของแชมป์ยุโรปนั้นไร้ที่ติ
นอกจากชัยชนะสุดยิ่งใหญ่แล้ว เกมนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจและระบบทีมเวิร์กของเปแอสเชที่ลงตัวทั้งในเกมรุกและเกมรับ การจบสกอร์ของรามอสในนาที 88 หลังจากการแอสซิสต์สุดเหนือของ แบรดลีย์ บาร์โคล่า เป็นเหมือนจุดปิดฉากที่สมบูรณ์แบบ
รอบชิงชนะเลิศรออยู่ในวันอาทิตย์นี้ โดย พีเอสจี จะเจอกับ เชลซี ในการชิงถ้วยสโมสรโลก ซึ่งถ้าเล่นได้แบบนี้อีกครั้ง — “ราชินีคนใหม่” ของวงการฟุตบอลอาจไม่ใช่คำเปรียบเปรยอีกต่อไป แต่คือความจริงที่ทุกคนต้องยอมรับ
